ผังต้นแบบล่าสุด · 15 ตุลาคม 2569 P0 ใช้ ESP32-S3, Mini Solar, แบต 18650 สองก้อน และ Dual-Rail UPS ส่วน P1 มีแบตเตอรี่กับ Single-Rail UPS ของตัวเอง ข้อมูลส่วน P1 ยังขาดหลัง EC จึงยังไม่ยืนยันการเดินสาย P1–P3
ผังนี้ใช้ร่วมกับ Pitch 10 หน้า ค่าบัส 12 V และความจุ 1.2 kWh บนเว็บเป็นสมมติฐานสาธิตเดิม ไม่ใช่สเปกฮาร์ดแวร์ตามผังล่าสุด
เปิดผังต้นแบบล่าสุด · อ่านรายละเอียดและสิ่งที่รอยืนยัน · ดาวน์โหลด Pitch 10 หน้า
TEAM PLAYBOOK · PRESENTATION FIRST
ทำสไลด์ให้เสร็จ แล้วค่อยเล่าเรื่องเป็นวิดีโอ หน้านี้แปลงเอกสาร “สรุปงานรอบนี้” ให้เป็นแผนลงมือทำ: ใครรับผิดชอบอะไร ต้องส่งชิ้นงานแบบไหน และจุดไหนที่ทั้งทีมต้องช่วยกันยืนยัน ใช้ติดตามงานได้จากช่องทำเครื่องหมายด้านล่าง
อ่านขอบเขตเอกสารให้ตรงกัน: PDF ที่แนบเป็นสรุปงานและการแบ่งหน้าที่ภายในทีม ระบุร่างสไลด์ 12 หัวข้อ ส่วนเกณฑ์ Presentation 7–10 หน้า และ Video Walkthrough 1–3 นาที / ไม่เกิน 100 MB / ถ่ายทำจริง เป็นข้อกำหนดที่ผู้ใช้ให้ไว้ในข้อความนี้ ให้ยึดแบบฟอร์มรับสมัครฉบับล่าสุดก่อนส่งจริง แผนด้านล่างจึงรวม 12 หัวข้อให้เป็นตัวอย่าง 9 หน้าเพื่อช่วยเริ่มงาน ไม่ใช่การแทนกติกาจากฟอร์ม
TEAM GLOSSARY · BUSINESS × IT × ELECTRONICS
พจนานุกรมศัพท์กลางของทีม ศัพท์เดียวกันบางครั้งแต่ละสายเข้าใจไม่เหมือนกัน ให้ใช้ความหมายในคอลัมน์ “พูดให้ตรงกัน” เวลาทำสไลด์ ประชุม ออกแบบวงจร หรือเขียนผลทดสอบ คำจำกัดความนี้เป็นคู่มือทำงานของทีม ไม่ใช่สเปกทางการของอุปกรณ์
Case เคส / กรอบปัญหาโครงการ พูดให้ตรงกัน: เรื่องปัญหาหนึ่งเรื่องที่มีคนได้รับผล บริบท หลักฐาน วิธีเดิม จุดติดขัด ความต้องการ และแนวทางทดลองครบเป็นชุด ไม่ได้แปลว่าผ่านการพิสูจน์แล้ว
Challenge โจทย์หรือธีมของโครงการ พูดให้ตรงกัน: ขอบเขตที่โครงการชวนให้ทีมสำรวจ เช่น ความมั่นคงพลังงาน โจทย์ Challenge เป็นจุดเริ่มค้นหา ไม่ใช่หลักฐานว่าปัญหาเกิดกับคนในพื้นที่ตามสมมติฐานแล้ว
Stakeholder ผู้เกี่ยวข้อง พูดให้ตรงกัน: คนหรือหน่วยงานที่ได้รับผล ใช้ระบบ ตัดสินใจ จ่ายเงิน ติดตั้ง ดูแล หรืออาจได้รับผลเสีย ผู้ใช้เครื่องอาจไม่ใช่ผู้จ่ายหรือผู้มีอำนาจตัดสินใจ
Workflow ลำดับงานที่คนทำจริง พูดให้ตรงกัน: ขั้นตอนก่อนเกิดเหตุ–ขณะเกิดเหตุ–หลังเกิดเหตุ ระบุว่าใครทำอะไร ใช้ข้อมูล/เครื่องมือไหน รอใคร และติดตรงไหน แยก workflow ปัจจุบันออกจาก workflow ที่เราออกแบบ
Unmet need ความต้องการที่วิธีปัจจุบันยังตอบไม่ได้ พูดให้ตรงกัน: ผลลัพธ์ที่คนต้องการแต่ยังทำได้ยาก เช่น (ตัวอย่างเพื่ออธิบาย ยังต้องยืนยันกับผู้ใช้) “รู้ให้เร็วว่าโหลดใดดับและใครควรเข้าไปดู” เขียนจากมุมคน ไม่ตั้งต้นด้วยชื่อเทคโนโลยี เช่น “ต้องมี AI”
Value proposition คุณค่าที่คำตอบมอบให้ พูดให้ตรงกัน: ใครได้ประโยชน์อะไร เมื่อเทียบกับวิธีที่ใช้อยู่ และมีหลักฐานอะไรสนับสนุน อย่าใช้เพียงคำขวัญอย่าง “ฉลาดขึ้น” หรือ “ยั่งยืนขึ้น” โดยไม่มีผลที่วัดได้
ESG สิ่งแวดล้อม · สังคม · ธรรมาภิบาล พูดให้ตรงกัน: ตรวจทั้งผลดี ผลเสีย และคนที่รับผล เช่น พลังงาน/แบตเตอรี่, ความปลอดภัยและความเป็นธรรมในการเข้าถึง, ใครดูแลข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียน ไม่จำเป็นต้องยัดทุกมิติถ้าไม่เกี่ยวข้อง
PoC Proof of Concept · ทดลองพิสูจน์แนวคิด พูดให้ตรงกัน: การทดลองขนาดเล็กเพื่อตอบคำถามสำคัญหนึ่งข้อ เช่น “P0 ตรวจเห็นแรงดันตกและบันทึกเวลาได้ไหม” ผล PoC ไม่ได้แปลว่าเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้หรือพิสูจน์ผลกระทบระยะยาวแล้ว
Prototype / Pilot / Mockup สามสถานะคนละอย่าง Prototype: สิ่งที่ประกอบหรือทำงานได้บางส่วน · Pilot: ทดลองใช้ในบริบทจริงแบบจำกัด มีผู้เข้าร่วม ขอบเขต ความปลอดภัย และวิธีวัด · Mockup: ภาพหรือจอจำลองเพื่อสื่อแนวคิด ไม่ได้ยืนยันว่าระบบทำงาน
Baseline / Metric / KPI ค่าตั้งต้นและตัวชี้วัด พูดให้ตรงกัน: Baseline คือค่าก่อนเริ่ม; Metric คือสิ่งที่วัด; KPI คือตัวชี้วัดหลักพร้อมนิยาม เป้าหมาย และช่วงเวลา เช่น เวลาจากเหตุถึงการแจ้งเตือน ก่อน/หลังต้องวัดด้วยวิธีเดียวกัน
Measured vs Inferred วัดตรง เทียบกับอนุมาน/คำนวณ พูดให้ตรงกัน: ค่าที่เซนเซอร์อ่านโดยตรงต่างจากสถานะที่ซอฟต์แวร์จัดประเภทหรือค่าที่คำนวณขึ้นมา เช่น วัด voltage ได้ แล้วใช้กติกาจัดสถานะ “ไฟตก”; ต้องเก็บค่าดิบ สูตร หน่วย และเกณฑ์ไว้ตรวจย้อนกลับ ห้ามเรียกค่าที่อนุมานว่าเซนเซอร์วัดได้
Node โหนด / จุดอุปกรณ์ พูดให้ตรงกัน: อุปกรณ์หนึ่งจุดที่อ่านค่า ประมวลผล หรือส่งสถานะ ในแบบทีม P0 เป็นศูนย์กลาง; P1 ตรวจน้ำและไฟ; P2 ดูโหลดจำเป็น; P3 ดูโหลดทั่วไป คำว่า “โหนด” ไม่ได้หมายถึงคนหรือพื้นที่ชุมชน
Telemetry ข้อมูลวัด/สถานะที่ส่งจากอุปกรณ์ พูดให้ตรงกัน: ค่าพร้อมเวลาและรหัสโหนด เช่น แรงดัน แบตเตอรี่ หรือสถานะไฟ ที่อุปกรณ์ส่งให้ P0/หน้าจอ การเห็นค่าบน dashboard หมายถึงมีข้อมูลเข้ามา ไม่ได้แปลว่าค่านั้นแม่นจนตัดสินใจได้แล้ว
Payload / Schema เนื้อหาและรูปแบบข้อความ พูดให้ตรงกัน: Payload คือข้อมูลหนึ่งข้อความ; Schema คือกติกาว่าต้องมีฟิลด์อะไรและหน่วยอะไร เช่น node_id, timestamp, voltage, current, battery, power_state ต้องกำหนดชื่อ หน่วย และค่าที่หายไปให้ทุกฝ่ายตรงกัน
Timestamp / Sequence เวลาและลำดับข้อมูล พูดให้ตรงกัน: Timestamp บอกว่าอ่านหรือบันทึกค่าเมื่อใด; Sequence/seq ช่วยเรียงข้อความและรู้ว่าขาด/ซ้ำ อย่าสับสน “เวลาที่วัด” กับ “เวลาที่ส่งถึง P0” เพราะสัญญาณอาจมาช้า
last_seen / Online / Offline ได้รับข้อมูลล่าสุดเมื่อไร พูดให้ตรงกัน: last_seen คือเวลาที่ P0 รับข้อมูลจากโหนดนั้นครั้งล่าสุด; ถ้าเกินช่วงที่กำหนดให้ขึ้น “ไม่พบข้อมูล/โหนดออฟไลน์” ก่อน ห้ามสรุปว่าไฟดับจนกว่าจะมีค่าไฟหรือสัญญาณไฟยืนยันแยกต่างหาก
Threshold ค่า/เงื่อนไขที่ทำให้เปลี่ยนสถานะหรือแจ้งเตือน พูดให้ตรงกัน: ต้องระบุแหล่งที่มาของค่า หน่วย ระยะเวลาที่ต้องผิดปกติ และวิธียกเลิกเตือน ไม่เลือกตัวเลขเพราะ “ดูสมเหตุผล”; threshold น้ำต้องอิงชนิดเซนเซอร์ ขอบเขตการวัด และผู้เชี่ยวชาญ
ACK / Retry / Store-and-forward ตอบรับ · ส่งซ้ำ · เก็บรอส่ง พูดให้ตรงกัน: ACK คือข้อความรับทราบว่าได้รับแล้ว; Retry คือส่งซ้ำตามกติกา; Store-and-forward คือเก็บข้อมูลไว้เมื่อเน็ต/วิทยุขาดแล้วส่งภายหลัง เป็นคุณสมบัติที่ต้องทดลองยืนยัน ไม่ถือว่ามีเพราะใส่ไว้ในแบบออกแบบ
Voltage แรงดันไฟฟ้า · V พูดให้ตรงกัน: แรงดันเป็นความต่างศักย์ไฟฟ้าที่วัด ณ จุดและเวลาใดเวลาหนึ่ง ค่าแรงดันตกอาจชี้ว่าจ่ายไฟผิดปกติ แต่ต้องรู้ตำแหน่งวัด ช่วงวัด การสุ่มตัวอย่าง และเกณฑ์ที่ใช้ก่อนเรียกว่าไฟดับ
Current กระแสไฟฟ้า · A พูดให้ตรงกัน: ปริมาณกระแสที่ไหลในวงจร ณ จุดวัด ใช้ดูว่ามีกระแส/โหลดดึงไฟเท่าใด ต้องต่อเซนเซอร์ให้เหมาะกับช่วงและทิศทาง ไม่เท่ากับ “พลังงานที่ใช้ไป” โดยตรง
Power กำลังไฟฟ้า · W พูดให้ตรงกัน: อัตราการใช้พลังงาน ณ ขณะหนึ่ง สำหรับไฟ DC แบบพื้นฐานคำนวณจากแรงดัน × กระแส; ไฟ AC ต้องพิจารณารูปคลื่นและ power factor ด้วย อย่าสรุปค่า W จากเซนเซอร์ตัวเดียวถ้าไม่ได้วัดครบ
Energy พลังงาน · Wh พูดให้ตรงกัน: ปริมาณไฟที่ใช้สะสมตามเวลา (เช่น Wh) ใช้ประเมินว่าแบตเตอรี่เลี้ยงโหลดได้นานแค่ไหน ต้องคำนึงถึงความจุที่ใช้ได้ ประสิทธิภาพวงจร และโหลดจริง ค่า W อย่างเดียวบอกเวลาสำรองไม่ได้
Load โหลด / อุปกรณ์ที่กินกำลังไฟ พูดให้ตรงกัน: อุปกรณ์หรือวงจรที่ใช้พลังงาน เช่น ระบบควบคุม ปั๊ม หรือเครื่องเติมอากาศ คำว่า “P2 โหลดจำเป็น” เป็นระดับจัดลำดับของโครงการ ไม่ใช่คุณสมบัติทางไฟฟ้าที่เซนเซอร์อ่านได้เอง ต้องตกลงกับผู้ใช้ว่าอะไรจำเป็น
Sensor vs Actuator ตัววัด เทียบกับตัวสั่งงาน พูดให้ตรงกัน: Sensor อ่านค่าหรือสถานะ; Actuator เช่น relay ทำให้วงจร/อุปกรณ์เปลี่ยนสภาพ การตรวจพบเหตุไม่ได้แปลว่าระบบสั่งตัด/จ่ายไฟได้ และเอกสารทีมระบุว่าต้นแบบยังไม่ควบคุมไฟบ้านจริง
Calibration / Accuracy / Range สอบเทียบ · ความคลาดเคลื่อน · ช่วงวัด พูดให้ตรงกัน: Calibration คือเทียบ/ปรับกับเครื่องมืออ้างอิง; Accuracy คือใกล้ค่าจริงแค่ไหน; Range คือช่วงที่เซนเซอร์อ่านได้ คำว่า “เซนเซอร์อ่านได้” ไม่ได้แปลว่าแม่นพอใช้ตั้งสัญญาณเตือน ต้องมีผลเทียบและเงื่อนไขวัด
Salinity vs DO ความเค็มไม่ใช่ออกซิเจนละลายน้ำ พูดให้ตรงกัน: Salinity คือความเค็ม; DO (Dissolved Oxygen) คือออกซิเจนที่ละลายในน้ำ เป็นคนละตัวแปร ต้องใช้หัววัด DO แยกถ้าจะวัดออกซิเจน เอกสารทีมบอกว่าความเค็ม/อุณหภูมิช่วยเฝ้าระวัง แต่ไม่ได้วัด DO โดยตรง
Low voltage / Isolation / Fail-safe ขอบเขตแรงดันและการทำงานเมื่อขัดข้อง พูดให้ตรงกัน: Low voltage ต้องบอกค่าแรงดันจริง ไม่ใช้เป็นคำรับรองความปลอดภัยทุกกรณี; Isolation คือการแยกส่วนวงจรตามการออกแบบ; Fail-safe คือเมื่อผิดปกติแล้วระบบไปสู่สภาพที่ลดอันตราย ต้องกำหนดและทดสอบ ไม่ใช่แค่ใส่ชื่อในสไลด์
ไฟดับ / ไฟตก / โหนด Offline สามเหตุการณ์คนละแบบ พูดให้ตรงกัน: ไฟดับคือแหล่งจ่าย/แรงดันผิดปกติ; ไฟตกคือแรงดันต่ำกว่าช่วงที่กำหนด; Offline คือไม่ได้รับข้อมูลจากโหนดตามเวลา อาจเกิดจากไฟ วิทยุ ซอฟต์แวร์ หรือแบตเตอรี่ จึงต้องเก็บสัญญาณแยกและแจ้งต่างกัน
ไม่พบคำนี้ ลองค้นด้วยคำไทยหรือภาษาอังกฤษสั้นลง
ประโยคทีมที่ช่วยลดความเข้าใจผิด: “P0 ยังไม่ได้รับข้อมูลจาก P1 เกิน X นาที” คือสิ่งที่ telemetry ยืนยันได้; จะพูดว่า “ไฟดับ” ก็ต่อเมื่อมีการวัดแรงดัน/สถานะไฟรองรับ ส่วน X ต้องตกลงและทดสอบ ไม่ตั้งตัวเลขขึ้นเอง
WORK ORDER
ลำดับทำงานที่ลดการรอกัน เริ่มจากเล่าให้ชัดว่าปัญหาคืออะไรและใครได้รับผล จากนั้นประกอบคำตอบของทีมจากชิ้นงานของแต่ละคน เมื่อเนื้อหาและหลักฐานในสไลด์พร้อมแล้ว จึงเลือกคนเล่าเรื่องและทำวิดีโอแยก
1 · สรุปปัญหา → 2 · รวมคำตอบจากเจ้าของงาน → 3 · ทำสไลด์และตรวจหลักฐาน → 4 · เลือกผู้ Pitch → 5 · ถ่าย Video Walkthrough
PART A · PROBLEM PITCH
ช่วงพรีเซนต์ปัญหา อธิบายเหตุการณ์ไฟตก/ไฟดับและผลต่อโหลดสำคัญในบริบทชุมชนหรือพื้นที่เพาะเลี้ยงปลา แสดงว่าใครได้รับผล กระบวนการเดิมเป็นอย่างไร และเมื่อเกิดเหตุคนทำอะไรอยู่ แยกสิ่งที่ทีมมีหลักฐานแล้ว ออกจากสิ่งที่ยังเป็นสมมติฐานหรือรอสัมภาษณ์/ทดลอง นายวางเรื่องและโครงสไลด์; ข้าวฟ่างช่วยแปลงบริบทและตรวจภาษา; ทุกคนเติมข้อเท็จจริงจากงานตัวเอง PART B · SOLUTION PITCH
ช่วงพรีเซนต์ตัวแก้ปัญหา เล่าว่า Community Energy Resilience Platform ทำอะไร: ไฟฟ้าเป็นแกนหลัก ข้อมูลความเค็มและอุณหภูมิใช้เฝ้าระวังความเสี่ยงด้านน้ำ ไล่โครงสร้าง P0–P3 ทางเดินพลังงาน ข้อมูล เซนเซอร์ หน้าจอ และการแจ้งเตือน แสดง User Flow หรือภาพระบบอย่างน้อยหนึ่งภาพ และอธิบายมาตรการไม่ให้เข้าใจผิดระหว่างไฟดับกับโหนดสื่อสารหาย พูดให้ตรงว่าทำจริง / จำลอง / ยังเป็นแผน รวมข้อจำกัดและผลเสียข้างเคียง
เลือกระดับความพร้อมตามหลักฐาน: สถานะบนสไลด์ต้องสะท้อนการทำงานจริง ไม่ใช่เป้าหมายที่อยากไปให้ถึง; ถ้ายังไม่มีหลักฐานรองรับ ให้ระบุว่ายังไม่ยืนยันหรืออยู่ระหว่างศึกษา
สถานะที่ทีมจะใช้ในร่างสไลด์ ยังไม่เลือก / รอหลักฐาน Idea Stage — มีแนวคิดและโจทย์ตั้งต้น วิเคราะห์หรือปรึกษาผู้ใช้ — มีบันทึกข้อมูล/คำปรึกษา Prototype ทดลองกับกลุ่มตัวอย่าง — มีต้นแบบและผลทดลอง ใช้จริงในชุมชน — มีหลักฐานการใช้งานและ feedback Social Enterprise/ธุรกิจ — มีรายได้ต่อเนื่องยืนยันได้
เลือกหลังทีมรวมหลักฐานแล้วเท่านั้น เครื่องมือนี้บันทึกไว้ในเบราว์เซอร์นี้เพื่อช่วยเตือนการทำงาน
กติกากลางจากเอกสารทีม: ต้นแบบปัจจุบันเป็นแรงดันต่ำ ยังไม่ควบคุมไฟบ้านจริง; P1 วัดความเค็มและอุณหภูมิ ไม่ได้วัดออกซิเจนในน้ำโดยตรง; โซลาร์ แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ และวงจรสำรองอาคารเป็นแนวทางต่อยอด ไม่ใช่ความสามารถที่ยืนยันแล้ว
DECISION BOARD · EVIDENCE BEFORE CLAIMS
อะไรปักแล้ว อะไรต้องหาเพิ่ม และทำไปเพื่ออะไร บอร์ดนี้แยกสถานะจากแหล่งที่มาออกจากสถานะตัดสินใจของทีม: “เอกสารทีมระบุแล้ว” ไม่ได้แปลว่าพิสูจน์ว่าใช้จริงได้; “ข้อเสนอของเว็บ” ยังรอทีมรับรอง; ส่วน “ต้องหา/ทดลอง” คือหลักฐานที่ขาดก่อนฟันธง
หลักอ่านสถานะ: คอลัมน์เกณฑ์บอกว่าส่วนใดเชื่อมกับสิ่งที่ต้องส่งตามข้อมูลแบบฟอร์มที่คุณให้มา ส่วน “ผลต่อการใช้จริง” บอกว่าข้อมูลนั้นช่วยตัดสินใจออกแบบ ทดลอง หรือดูแลระบบอย่างไร เรื่องบางอย่างจำเป็นต่อความปลอดภัยและความเป็นไปได้ แม้ไม่ได้เป็นหัวข้อบังคับเฉพาะในสไลด์
ระบุใน PDF / ขอบเขตตั้งต้น ข้อเสนอ รอทีมปัก หาหลักฐานเพิ่ม ต้องทดสอบก่อนกล่าวอ้าง
แสดง 12 หัวข้อ บันทึกการตัดสินใจในเบราว์เซอร์นี้ · ถ้าจะย้ายเครื่องให้ใช้ export ของทีมแยกต่างหาก
ทั้งหมด ปักใน PDF รอทีมปัก ต้องหาเพิ่ม ต้องทดสอบ
1 · ปัญหาเกิดกับใครและเกิดเมื่อไร ต้องหาเพิ่ม ตอนนี้รู้อะไร เอกสารวางบริบทไฟตก/ไฟดับและโหลดสำคัญในพื้นที่เพาะเลี้ยงปลา แต่หน้านี้ยังไม่มีบันทึกสัมภาษณ์หรือ log หน้างานยืนยันความถี่และผลกระทบเฉพาะราย หาอะไร / จากใคร เหตุการณ์วันเวลา ระยะดับ โหลดที่ได้รับผล ค่าเสียหาย/เวลาหยุด และวิธีสำรองปัจจุบัน จากผู้เลี้ยงปลา ผู้ดูแลระบบไฟ/อุปกรณ์ และผู้รู้พื้นที่; แยกสิ่งที่เห็นเองกับสิ่งเล่าต่อ เกี่ยวเกณฑ์ ตรงกับ “ปัญหาและผู้ได้รับผลกระทบ” และ “บริบท/วิธีเดิม” ใน Presentation ช่วยให้ใช้จริงอย่างไร ยืนยันว่ากำลังแก้เหตุที่เกิดจริง เลือกจุดติดตั้งและโหลดเป้าหมายถูก และตั้งเส้นฐานวัดผลก่อน/หลังได้ เจ้าของ / หลักฐานส่ง นาย + ข้าวฟ่าง; interview notes ที่ได้รับความยินยอม, event log หรือเอกสารท้องถิ่นพร้อมวันที่และขอบเขต ต้นทาง PDF หน้า 2 เป็นบริบท/ขอบเขตตั้งต้น ไม่ใช่หลักฐานภาคสนาม
2 · วิธีเดิมและ workflow หน้างาน ต้องหาเพิ่ม ตอนนี้รู้อะไร PDF ระบุ workflow ของระบบที่ออกแบบ แต่ยังต้องรู้ขั้นตอนของคนใช้ก่อนมีระบบ เช่น ใครรู้เหตุ โทรหาใคร ปิด/เปิดโหลดอย่างไร และใช้เวลานานแค่ไหน หาอะไร / จากใคร เดินตามขั้นตอนจริงตั้งแต่เกิดเหตุจนฟื้นตัว; ถามสิ่งที่ทำแทนระบบอยู่แล้ว ปัญหาที่เกิดซ้ำ ค่าใช้จ่าย เวลา และข้อจำกัดในการเข้าถึง เกี่ยวเกณฑ์ หัวข้อ “บริบท วิธีเดิม และ workflow” ระบุโดยตรงในรายการ Presentation ช่วยให้ใช้จริงอย่างไร ทำให้ระบบเข้ากับการทำงานเดิม ไม่เพิ่มภาระ ไม่ซ้ำเครื่องมือที่มี และออกแบบการแจ้งเตือนให้ไปถึงคนรับผิดชอบ เจ้าของ / หลักฐานส่ง ข้าวฟ่างนำเก็บ / นายช่วยสรุป; swimlane หรือ process map พร้อมแหล่งข้อมูลและขั้นที่ยังไม่ทราบ ต้นทาง PDF หน้า 2–3 เป็น workflow ของระบบที่ออกแบบ ต้องเก็บวิธีทำจริงจากผู้ใช้เพิ่ม
3 · สถาปัตยกรรม P0–P3 ระบุใน PDF ปักไว้ในเอกสาร P0 เป็นศูนย์กลางรับข้อมูล/ประเมินเหตุ/จัดลำดับโหลด; P1 น้ำและไฟ; P2 โหลดจำเป็น; P3 โหลดทั่วไป ทำไปเพราะอะไร เป็นโครงเรื่องกลางให้แผนภาพ หน้าจอ ข้อมูล และการสาธิตเรียกชื่อโหนดตรงกัน เกี่ยวเกณฑ์ ช่วยอธิบาย Solution, User Flow/Diagram และความเป็นไปได้; PDF/รูปแบบ P0–P3 ไม่ใช่เงื่อนไขสมัครเฉพาะที่พิสูจน์คุณค่าได้เอง ผลต่อใช้จริง ต้องผูกแต่ละโหนดกับอุปกรณ์ จุดติดตั้ง ผู้ดูแล และพฤติกรรมเมื่อหลุดการสื่อสาร จึงจะเปลี่ยน block diagram เป็นระบบประกอบได้ ยืนยันเพิ่ม นายเป็นเจ้าของผัง; ให้โฟล์ค/พี/บอสตรวจบทบาทกับของจริงที่ต่อและส่งข้อมูลได้ ปรับหากต้นแบบปัจจุบันต่างจากคำอธิบายใน PDF ต้นทาง PDF หน้า 1–2 · เปิดหน้าที่ 2 ↗
4 · ไฟฟ้าเป็นแกนหลัก; น้ำเป็นข้อมูลเฝ้าระวัง ระบุใน PDF ปักไว้ในเอกสาร ระบบเน้นไฟฟ้า; ความเค็มและอุณหภูมิเป็นสัญญาณเฝ้าระวังความเสี่ยงด้านน้ำ ไม่ได้วัดออกซิเจนในน้ำโดยตรง ทำไปเพราะอะไร ป้องกันการอ้างความสามารถเกินเซนเซอร์ที่ติดตั้ง และแยก “ค่าที่อ่านได้” ออกจาก “ความหมายทางชีวภาพ” เกี่ยวเกณฑ์ สอดคล้อง Solution, ข้อจำกัด PoC และป้องกันผลเสียข้างเคียงจากคำแนะนำผิด ผลต่อใช้จริง ถ้าจะเตือนหรือแนะนำการเลี้ยงปลา ต้องสอบเทียบกับเครื่องมืออ้างอิง/ผู้เชี่ยวชาญและดูชนิดปลา ฤดูกาล จุดวัด ก่อนตั้งเกณฑ์ใช้งาน เจ้าของ / หลักฐานส่ง โฟล์คยืนยันชนิดเซนเซอร์ ช่วง/ความคลาดเคลื่อน วิธีสอบเทียบ และบอกว่าต้องมี DO sensor แยกหรือไม่; รูปและผลเทียบค่าจริง ต้นทาง PDF หน้า 1–2 · เปิดหน้าที่ 2 ↗
5 · ขอบเขตแรงดันต่ำและไม่ควบคุมไฟบ้าน ระบุใน PDF ปักไว้ในเอกสาร ต้นแบบใช้แรงดันต่ำ ยังไม่ควบคุมไฟบ้านจริง; แหล่งจ่าย/แบตเตอรี่ขนาดใหญ่และโหลดบางชนิดเป็นส่วนจำลอง ทำไปเพราะอะไร กำหนดขอบเขตสาธิตและสื่อสารความเสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา ไม่ชวนให้ต่อวงจรจริงเกินความพร้อม เกี่ยวเกณฑ์ ต้องรายงาน PoC/ผลทดลอง/ข้อจำกัด และป้องกันผลเสียข้างเคียง; ไม่พบว่าแรงดันต่ำเป็นรูปแบบบังคับของสไลด์จากข้อมูลที่ให้มา ผลต่อใช้จริง ใช้จริงต้องออกแบบ isolation, protection, fail-safe, การติดตั้งและผู้รับผิดชอบโดยผู้เชี่ยวชาญก่อน ไม่ควรทดสอบกับไฟบ้านจากต้นแบบนี้ เจ้าของ / หลักฐานส่ง โฟล์คอัปเดตขอบเขตฮาร์ดแวร์ล่าสุด พร้อมภาพแยก “ต่อจริง” กับ “จำลอง”; ทีมตรวจถ้อยคำสไลด์ให้ตรงกัน ต้นทาง PDF หน้า 1–2 · เปิดหน้าที่ 2 ↗
6 · จัดลำดับโหลดและสำรองพลังงาน ต้องทดสอบ ข้อเสนอใน PDF รักษา P0; ลด/ตัด P3 ก่อน และ P2 เมื่อจำเป็น; โหลด P1 สำคัญหลัง P0 ตามพลังงานที่มี แต่เอกสารระบุว่าอุปกรณ์/เหตุการณ์หลายส่วนเป็นการจำลอง หา/ทดสอบอะไร สมมติฐานเวลาใช้งานแบต ภาระโหลดจริง สถานะเมื่อพลังงานต่ำ การกู้คืน และผลหากรีเลย์/เซนเซอร์ล้มเหลว เกี่ยวเกณฑ์ พิสูจน์ Solution และแผนทดลอง; ลำดับในภาพอย่างเดียวไม่ใช่ผลยืนยัน ผลต่อใช้จริง บอกได้ว่าโหลดใดอยู่ได้นานแค่ไหน และระบบตัดสินใจปลอดภัยหรือไม่ ต้องวัดกำลัง/พลังงานและทำ failure test ในวงจรแรงดันต่ำ เจ้าของ / หลักฐานส่ง นาย + โฟล์ค; ตารางโหลด/ระยะเวลา/เงื่อนไข/ผลจริง–จำลอง และสิ่งที่ไม่อนุญาตให้ระบบควบคุม ต้นทาง PDF หน้า 2–3 · เปิดหน้าที่ 3 ↗
7 · สถานะออนไลน์ การส่งซ้ำ และข้อมูลหาย ต้องหาเพิ่ม ตอนนี้รู้อะไร PDF แนะนำแยกไฟดับออกจากการสื่อสารหาย โดยใช้สถานะไฟร่วมกับ last_seen; รอบส่ง ACK timeout retry และการเก็บข้อมูลออฟไลน์ยังเป็นแนวทางให้กำหนด กำหนด/ทดสอบอะไร รูปแบบ packet, interval, sequence, เวลา, retry limit, stale threshold, duplicate handling และ store-forward ที่ระบบปัจจุบันทำได้จริง เกี่ยวเกณฑ์ เป็นหลักฐานความเป็นไปได้ของ Solution และ PoC; ไม่ใช่จำนวนฟิลด์ที่ฟอร์มระบุบังคับ ผลต่อใช้จริง ลดการแจ้ง “ไฟดับ” ผิดเมื่อ node offline และลดเหตุที่ผู้ดูแลพลาดเพราะข้อมูลค้าง; ต้องทดสอบกับสัญญาณ/ไฟดับที่จำลอง เจ้าของ / หลักฐานส่ง บอส + พี; ตัวอย่างข้อความและ log ส่งสำเร็จ/หาย/ส่งซ้ำ พร้อมค่าตั้งและเวลาที่วัดได้ ต้นทาง PDF หน้า 5–6 · เปิดหน้าที่ 5 ↗
8 · Alarm threshold และคนรับแจ้ง ต้องหาเพิ่ม ยังไม่รู้ threshold ที่เหมาะกับแต่ละโหลด/สภาวะน้ำ ใครเป็นคนรับและตอบสนอง false alarm ที่ยอมรับได้ และถ้าไม่มีคนรับจะทำอย่างไร หาอะไร / จากใคร คุยผู้ใช้/ผู้ดูแล กำหนดเหตุการณ์กับการกระทำที่เหมาะสม; สร้าง threshold จากมาตรฐาน/ผู้เชี่ยวชาญและข้อมูลวัดจริง ห้ามคิดค่าขึ้นเอง เกี่ยวเกณฑ์ ช่วยแสดง User Flow, หน้าจอ/แจ้งเตือน, user fit และแผนทดลอง; ข้อความแจ้งเตือนควรบอกอะไร-ที่ไหน-เมื่อไร-ควรทำอะไรต่อ ผลต่อใช้จริง แจ้งเตือนที่ไม่มีผู้รับผิดชอบ หรือดังบ่อยจนละเลย ทำให้ระบบไม่มีคุณค่าแม้เซนเซอร์อ่านได้ เจ้าของ / หลักฐานส่ง พี + ข้าวฟ่าง; ตารางเหตุ→threshold ที่มีที่มา→ผู้รับ→action→ผลการซ้อมรับแจ้ง ต้นทาง PDF หน้า 5 มีแนวทางแจ้งเตือนและช่องให้ทีมกำหนดค่าจริง · เปิดหน้าที่ 5 ↗
9 · รูปแบบสไลด์ 9 หน้า ข้อเสนอเว็บ · รอทีมปัก ข้อเสนอปัจจุบัน รวมรายการ 12 หัวข้อจาก PDF ให้เป็น 9 หน้า เพื่ออยู่ในช่วง Presentation 7–10 หน้า และเว้นที่ให้ปัญหา วิธีเดิม Solution, User Flow, PoC, ผลกระทบ ทำไปเพราะอะไร ลดงานซ้ำและทำให้นำเสนอเป็นเรื่องเดียว; จำนวน 9 เป็นทางเลือกของทีม ไม่ใช่ข้อกำหนดให้ต้องใช้ 9 เกี่ยวเกณฑ์ ช่วง 7–10 หน้าและเนื้อหาหลักมาจากเกณฑ์ที่ผู้ใช้ให้; ต้องตรวจภาษา/รูปแบบกับแบบฟอร์มล่าสุด ผลต่อใช้จริง ถ้าข้อมูลสำคัญเกินพื้นที่ 9 หน้า ให้ขยับเป็น 10 หรือลดเฉพาะข้อความซ้ำ ไม่ตัดหลักฐานและข้อจำกัด ให้ทีมตัดสินใจ นายเลือกจำนวนหน้าหลังดูข้อมูลจากเจ้าของงาน; เลือก “ยืนยัน / แก้ / ไม่ใช้” ด้านล่างหลังทีมเห็น outline ต้นทาง รายการ 12 หัวข้อใน PDF หน้า 2–3 ถูกยุบเป็นข้อเสนอ 9 หน้า + เกณฑ์ 7–10 หน้าจากข้อความที่คุณให้ สถานะทีม ยังไม่ปัก ยืนยันใช้แผนนี้ แก้แผนก่อน ไม่ใช้แผนนี้
10 · ทำวิดีโอหลังสไลด์และเลือก Pitcher ปักลำดับงาน · คนยังไม่เลือก ปักจากคำสั่งทีม ทำ Presentation ก่อน แล้วค่อยหาคน Pitch; แยกงานวิดีโอ ใช้เรื่อง/สไลด์ที่ทำแล้วมาวาง storytelling ทำไปเพราะอะไร บทและเดโมจะอิงเฉพาะสิ่งที่ทีมมีหลักฐาน ลดการเขียนเรื่องใหม่ซ้ำและลดการกล่าวเกินจริง เกี่ยวเกณฑ์ ความยาว 1–3 นาที ≤100 MB ถ่ายทำจริง ไม่ใช้ AI สร้างวิดีโอ และอธิบายประกอบสไลด์ เป็นเงื่อนไขจากข้อมูลที่ผู้ใช้ให้ ผลต่อใช้จริง คนพูดต้องตอบคำถามและอธิบายข้อจำกัดได้; ถ่ายต้นแบบจริงเท่าที่ปลอดภัย พร้อมบอกชัดเมื่อเป็นภาพจำลอง ยังต้องทำ เลือกคนเล่า คนถือกล้อง/เสียง ทำ script, shot list และตรวจขนาดไฟล์จากฟอร์มล่าสุด ต้นทาง ลำดับหลังสไลด์และข้อกำหนดวิดีโออ้างอิงจากข้อความที่คุณให้ ไม่ใช่ข้อสรุปจาก PDF สถานะทีม ปักแล้ว: ทำหลังสไลด์ ยังไม่ตกลงลำดับ ปรับลำดับงาน
11 · PoC และระดับความพร้อม ต้องพิสูจน์ ยังต้องเติม รายการที่ต่อได้จริง ผลผ่าน/ไม่ผ่าน สภาพแวดล้อม จำนวนรอบ เวลาแจ้งเตือน ความคลาดเคลื่อน และข้อจำกัด; หากยังไม่มีให้เขียนว่าไม่มีผล เกณฑ์เกี่ยวข้อง ระบุสถานะ PoC/ผลทดลอง/ข้อจำกัด และเลือก readiness ระดับ Idea → วิเคราะห์/ปรึกษา → prototype ทดลองกลุ่มตัวอย่าง → ใช้จริงในชุมชน → ธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่อง ผลต่อใช้จริง ช่วยรู้ว่าก่อนติดตั้งต้องแก้เรื่องใด และไม่ทำให้ผู้ใช้/กรรมการเข้าใจว่าระบบใช้งานจริงแล้ว เจ้าของ / หลักฐานส่ง เจ้าของแต่ละชิ้นทดสอบส่ง raw log/photo/date/conditions; ข้าวฟ่างจัด proof matrix; ทุกคนตรวจ readiness ว่าไม่สูงกว่าผลจริง ต้นทาง PDF หน้า 3 และ 7 · เปิดหน้าที่ 7 ↗
12 · คนดูแล ต้นทุน ความยินยอม และทางซ่อม ต้องหาเพิ่มก่อนใช้จริง ตอนนี้ยังไม่ตอบ ใครติดตั้ง/ดูแล/เปลี่ยนอุปกรณ์ จ่ายค่าไฟและ data ใครเห็นข้อมูล ชุมชนยินยอมหรือไม่ และจะซ่อมเมื่อระบบเสียได้ที่ไหน เกี่ยวเกณฑ์ ผู้เกี่ยวข้อง แผนทดลอง ผลกระทบ ESG และแผนต่อยอดอยู่ใน Presentation; รายละเอียดต้นทุนอาจไม่ใช่ฟอร์มบังคับแต่เป็นข้อจำกัด feasibility ผลต่อใช้จริง ถ้าไม่มีเจ้าของ ไม่มีงบบำรุง หรือไม่มีคนตอบ alarm ระบบอาจหยุดหลังจบ hackathon; เรื่องข้อมูล/ไฟฟ้าต้องมีขอบเขตและผู้รับผิดชอบ หาอะไร / จากใคร คุยผู้ใช้ ผู้ดูแลอุปกรณ์ หน่วยงานพื้นที่; ประมาณ BOM/พลังงาน/เปลี่ยนอุปกรณ์/สื่อสาร และทำ data access + consent plan เจ้าของ / หลักฐานส่ง ข้าวฟ่างกับนายรวบรวม; ทุกฝ่ายยืนยันต้นทุน/ภาระดูแลในส่วนของตัวเอง พร้อมผู้ติดต่อและสมมติฐาน ต้นทาง PDF หน้า 3–7 มีแนวทางผลกระทบและแผนต่อยอด; เรื่องต้นทุน/การดูแลเป็นข้อมูลที่ต้องวิจัยเพิ่ม
ลำดับเก็บข้อมูลที่แนะนำ: (1) ยืนยันผู้ได้รับผลและ workflow ก่อนล็อกว่าปัญหาอยู่ตรงไหน → (2) เทียบวิธีเดิมและคนรับผิดชอบ → (3) ตรวจว่าต้นแบบวัด/ส่ง/แจ้งอะไรได้จริง → (4) ทดลอง failure mode และการใช้งานปลอดภัย → (5) ค่อยกำหนด readiness, ผลกระทบและแผนต่อยอด หัวข้อที่เป็นข้อกำหนดของสไลด์ให้ครบ ส่วนที่ไม่ใช่ข้อกำหนดแต่จำเป็นต่อการนำไปใช้ให้คงไว้ใน risk/แผนทดลอง
WHO DOES WHAT
แบ่งงานรายคน พร้อมของที่ต้องส่ง ทุกคนเริ่มทำส่วนของตัวเองพร้อมกันได้ ไม่ต้องรอให้สไลด์หลักเสร็จ ส่งเป็นร่างอ่านรู้เรื่อง พร้อมหลักฐานและสถานะจริง แล้วทีมค่อยนำไปประกอบ
น
นาย · เจ้าของเรื่องและภาพรวมระบบ รับผิดชอบหลัก: โครงสไลด์ ปัญหา ภาพรวมและขอบเขต P0–P3
ต้องส่ง ร่างลำดับสไลด์ 7–10 หน้าและข้อความสั้นสำหรับแต่ละหน้า คำอธิบายปัญหาและผลกระทบที่ตรวจที่มาได้ ร่วมกับข้าวฟ่าง ภาพรวมระบบ บทบาท P0–P3 และทางเดินพลังงาน/เหตุฉุกเฉิน ระบุให้ชัดว่าส่วนไหนทำจริง จำลอง หรือวางแผนต่อยอด
ฟ
โฟล์ค · เซนเซอร์และวงจร รับผิดชอบหลัก: จุดวัด หลักการต่อวงจร ความปลอดภัย และขอบเขตการวัด
ต้องส่ง แผนภาพเซนเซอร์/วงจรและคำอธิบายว่าแต่ละตัววัดอะไร ตาราง “วัดโดยตรง / อนุมาน / ยังวัดไม่ได้” พร้อมเหตุผล ข้อจำกัดการต่อใช้งานจริง การป้องกันสัญญาณรบกวน และภาพต้นแบบที่ทำจริง สถานะผลทดสอบจริง หรือระบุว่ายังไม่มีผลทดสอบ
พ
พี · ข้อมูล หน้าจอ กราฟ และแจ้งเตือน รับผิดชอบหลัก: สิ่งที่ผู้ใช้เห็นและวิธีอ่านสถานะ
ต้องส่ง ตัวอย่างหน้าจออย่างน้อยสถานะปกติ เฝ้าระวัง วิกฤต ออฟไลน์ และเซนเซอร์ผิดปกติ (ทำเท่าที่ต้นแบบรองรับ) ตัวอย่างกราฟไฟตก/ดับ ช่วงใช้ไฟสำรอง และแนวโน้มความเค็ม/อุณหภูมิ กติกาและข้อความแจ้งเตือนที่บอกเหตุ โหนด เวลา และสิ่งที่ควรทำ ระบุว่าหน้าจอหรือกราฟใดเชื่อมข้อมูลจริง และอันใดเป็น mockup
บ
บอส · การส่งข้อมูลและสถานะโหนด รับผิดชอบหลัก: รูปแบบข้อความ P1–P3 ไป P0 และความทนทานของการส่ง
ต้องส่ง ตัวอย่างข้อความที่มี node_id, seq, timestamp, ค่าเซนเซอร์/ไฟฟ้า และสถานะที่จำเป็น แผนรอบส่ง การส่งทันทีเมื่อเกิดเหตุ การตอบรับและส่งซ้ำ กติกาเก็บข้อมูลชั่วคราวและส่งย้อนหลังเมื่อสื่อสารกลับมา (ถ้ามีในขอบเขตต้นแบบ) นิยามสถานะโหนด และตัวอย่างแยก “ไฟดับ” ออกจาก “P0 ไม่ได้รับข้อมูล”
ข
ข้าวฟ่าง · เรียบเรียงและตรวจหลักฐาน รับผิดชอบหลัก: ทำเรื่องเทคนิคให้อ่านเข้าใจ ตรวจผลจริง ข้อจำกัดและผลกระทบ
ต้องส่ง คำอธิบายระบบภาษาง่ายและตรวจความต่อเนื่องระหว่างหน้าสไลด์ ตารางเกณฑ์ยืนยันผล: พิสูจน์แล้ว / สาธิตด้วยการจำลอง / ยังทำไม่ได้ รายการหลักฐาน ภาพ/กราฟจากเจ้าของงาน ข้อจำกัด ผลต่อชุมชนและคำถามที่ยังต้องตอบ ตรวจข้อความสไลด์ให้ไม่กล่าวอ้างเกินการทดลองที่มี
ทีม
งานที่ต้องช่วยกันทำ ทำหลังแต่ละคนส่งร่าง หรือทำคู่ขนานในส่วนที่ไม่ต้องรอระบบรวม
ต้องช่วยกัน ยืนยันว่าโจทย์ปัญหาและผู้ได้รับผลมาจากข้อมูล/การคุยกับผู้ใช้ ไม่ใช่คาดเดาแทนชุมชน เตรียมสถานการณ์สาธิต: ปกติ → ไฟตก/ดับ → ไฟสำรอง/จัดลำดับโหลด → แจ้งเตือน → ฟื้นระบบ (แยกสิ่งจำลองออก) เอาภาพต้นแบบ หน้าจอ บันทึกเหตุการณ์และผลผ่าน/ไม่ผ่านมารวมกัน ตรวจชื่อ P0–P3 คำศัพท์ ตัวเลข หน่วย และขอบเขตให้ตรงกันทุกหน้า
ชุดส่งเข้ากลาง (ทุกคนใช้รูปแบบเดียวกัน) ชื่อส่วนและเจ้าของงาน · ร่างข้อความ/ภาพ · แหล่งข้อมูลหรือรูปถ่ายต้นฉบับ สถานะ: ทำจริง / จำลอง / mockup / แนวคิดต่อยอด · ผลทดสอบพร้อมวันและเงื่อนไขถ้ามี ข้อจำกัดและคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ — อย่าเติมค่าหรือผลทดลองที่ยังไม่ได้วัด
PRESENTATION PDF · SUGGESTED 9 PAGES
โครงสไลด์ที่รวมงาน 12 หัวข้อให้เล่าเป็นเรื่อง เอกสารทีมแจกหัวข้อไว้ละเอียด 12 ข้อ แผนนี้รวมส่วนที่ต่อเนื่องกันเพื่อให้อยู่ในช่วง 7–10 หน้า โดยยังครอบคลุมปัญหา บริบท วิธีเดิม ตัวแก้ปัญหา User Flow หลักฐาน ข้อจำกัด ผู้เกี่ยวข้อง และแผนทดลอง
หน้า จังหวะเรื่อง สิ่งที่ใส่ให้คนดูเข้าใจ คนทำหลัก / ช่วยกัน ชิ้นงานก่อนรวม
1 Executive Summary ชื่อ Community Energy Resilience Platform, ปัญหาที่เลือกตอบ, คำตอบหนึ่งประโยค, สมาชิกและสถานะต้นแบบจริง นาย / ข้าวฟ่างตรวจข้อความ ข้อความสรุปไม่เกิน 3 ประโยคและภาพระบบ
2 ปัญหาและผู้ได้รับผลกระทบ เหตุไฟตก/ดับในบริบทที่ศึกษา, ใคร/โหลดใดได้รับผล, หลักฐานและปี, สิ่งที่ยังต้องยืนยันกับผู้ใช้ นาย + ข้าวฟ่าง / ทุกคนส่งหลักฐาน แผนที่หลักฐานและผลกระทบโดยไม่อ้างความชุกเกินข้อมูล
3 บริบทและวิธีเดิม ก่อนเกิดเหตุ–ระหว่างเหตุ–หลังเหตุ ผู้ใช้รับรู้และจัดการอย่างไร; ระบุ workflow ปัจจุบันตามข้อมูลจริง ข้าวฟ่างเรียบเรียง + นายวางเรื่อง / ทีมช่วยยืนยัน แผนภาพ workflow เดิม หรือบอกช่องว่างข้อมูลหากยังไม่ได้สัมภาษณ์
4 แนวทางแก้และโครงสร้าง ไฟฟ้าเป็นแกนหลัก; P0 เป็นศูนย์กลาง, P1 น้ำและไฟ, P2 โหลดจำเป็น, P3 โหลดทั่วไป; ความเค็ม/อุณหภูมิใช้เฝ้าระวังความเสี่ยงน้ำ นาย / โฟล์ค บอส พี ให้ข้อมูล Block diagram P0–P3 พร้อมลูกศรไฟฟ้า/ข้อมูล
5 User Flow + Mockup/Diagram ไฟตก/ดับ → ตรวจข้อมูล → ใช้ไฟสำรองตามขอบเขตที่ทำ → รักษาโหลดสำคัญ → แจ้งเตือน → ฟื้นระบบ; แยกกรณีสื่อสารหาย นาย + พี + บอส / ทั้งทีมตรวจคำอธิบาย อย่างน้อย 1 ภาพ user flow, หน้าจอ หรือ prototype ที่อ่านได้
6 เซนเซอร์และการทำงาน จุดวัด หลักการวงจร สิ่งที่วัดได้ตรง ๆ สิ่งที่อนุมาน และสิ่งที่ต้นแบบยังวัดไม่ได้ โฟล์ค / ข้าวฟ่างจัดคำให้อ่านง่าย ภาพวงจร/เซนเซอร์พร้อมป้ายชื่อและขอบเขต
7 ข้อมูล หน้าจอ และแจ้งเตือน ตัวอย่างข้อมูล, การส่ง P1–P3 ถึง P0, กราฟ/หน้าจอ, ความหมายของ online/offline และเหตุการณ์ พี + บอส / นายเชื่อมกับระบบ ตัวอย่าง payload + หน้าจอ/กราฟ และกติกาแจ้งเตือน
8 PoC / ผลทดลอง / ข้อจำกัด ภาพต้นแบบและผลที่วัดได้, สิ่งที่จำลอง, ผ่าน/ไม่ผ่าน, ข้อจำกัดแรงดันต่ำ; ยังไม่ควบคุมไฟบ้านจริง เจ้าของการทดลองทุกคน / ข้าวฟ่างรวมเกณฑ์ ตาราง “ทำจริง–จำลอง–ยังไม่ได้ทำ” พร้อมหลักฐานลงวันที่
9 ผู้เกี่ยวข้อง, ESG, ทดลองและต่อยอด ใครต้องร่วมทดลอง, วิธีเก็บ feedback, ความปลอดภัยและผลข้างเคียง, ตัวชี้วัด, แผนถัดไป; ระบุโซลาร์/แบตจริงเป็นอนาคตถ้ายังไม่ได้ทำ ข้าวฟ่าง + นาย / ทุกคนช่วยตรวจความเป็นไปได้ แผนทดลองสั้น ๆ ผู้รับผิดชอบ ความเสี่ยงและตัวชี้วัด
ภาพที่ห้ามลืม: สไลด์ 5 ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งภาพที่ทีมทำเอง เช่น User Flow, block diagram, mockup หรือภาพต้นแบบ พร้อม label และคำอธิบาย ไม่ใช้ภาพตกแต่งแทนหลักฐานระบบ
VIDEO WALKTHROUGH · DO AFTER SLIDES
แยกทีมวิดีโอ หลังเรื่องและภาพในสไลด์ลงตัว อย่าเริ่มอัดวิดีโอก่อนรู้ว่าทีมพิสูจน์อะไรได้แล้ว เมื่อสไลด์พร้อม ให้เลือกคน Pitch ที่เล่าเป็นธรรมชาติหนึ่งคน แล้วมีคนอีกคนคุมภาพ/เสียงและช่วยเช็กข้อเท็จจริง
คนทำวิดีโอต้องส่งอะไร ไฟล์ Video Walkthrough ความยาว 1–3 นาที ขนาดไม่เกิน 100 MB — ตรวจซ้ำกับแบบฟอร์มล่าสุดก่อนส่งถ่ายทำจริงและอธิบายประกอบสไลด์/ต้นแบบ ห้ามใช้ AI สร้างวิดีโอตามข้อกำหนดที่ผู้ใช้ให้มา เล่าแบบ storytelling ไม่อ่านสไลด์ทีละบรรทัด: สถานการณ์ → ผลกระทบ → ทำไมวิธีเดิมยังมีช่องว่าง → ทีมสร้าง/ทดลองอะไร → หลักฐานและข้อจำกัด → ขั้นต่อไป ถ้ามีภาพจำลองหรือ mockup ให้พูดกำกับตรง ๆ; อย่าตัดต่อจนคนดูเข้าใจว่าเป็นการใช้งานจริง 0:00–0:25 · เปิดเรื่อง เหตุการณ์และผู้ได้รับผล
0:25–0:55 · ปัญหา วิธีเดิมและช่องว่าง
0:55–1:45 · วิธีแก้ ภาพระบบ/เดโมจริง
1:45–2:30 · หลักฐาน ผลจริง ข้อจำกัด ขั้นถัดไป
เลือกคน Pitch เมื่อสไลด์เสร็จ: ให้คนที่อธิบายเข้าใจง่ายและตอบคำถามจากหลักฐานได้เป็นผู้เล่า ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของทุกชิ้นงาน; เจ้าของเทคนิคช่วยตรวจบทและร่วมถ่ายเดโมได้ คนถ่าย/ตัดต่อเป็นบทบาทแยกได้ แต่ทุกคำกล่าวต้องได้รับการยืนยันจากเจ้าของข้อมูล
SOURCE & NEXT STEP
ไฟล์ต้นทางและเครื่องมือที่เกี่ยวข้อง